รู้จัก "โรคไข้เลือดออก"
ภัยร้ายใกล้ตัวที่มากับยุงลาย
คู่มือดูแลตัวเองและครอบครัวให้ปลอดภัยจากเชื้อไวรัสเดงกี พร้อมวิธีสังเกตอาการและแนวทางป้องกันที่ถูกต้อง
ภาพที่ 1: ยุงลายบ้าน (Aedes aegypti) พาหะสำคัญที่มักออกหากินในเวลากลางวัน
โรคไข้เลือดออก (Dengue Fever) เป็นโรคติดต่อที่เกิดจากเชื้อไวรัสเดงกี (Dengue virus) ซึ่งมักระบาดหนักในช่วงฤดูฝนเนื่องจากเป็นช่วงที่ยุงลายมีแหล่งเพาะพันธุ์จำนวนมาก โรคนี้เป็นปัญหาทางสาธารณสุขที่สำคัญในหลายประเทศเขตร้อนรวมถึงประเทศไทย โดยมีความรุนแรงตั้งแต่มีไข้ไปจนถึงอาการช็อกและเสียชีวิตได้หากไม่ได้รับการรักษาที่ถูกต้อง
1 สาเหตุและการแพร่ติดต่อ
โรคไข้เลือดออกเกิดจากการติดเชื้อไวรัสเดงกี ซึ่งมี 4 สายพันธุ์ (DENV-1, DENV-2, DENV-3, DENV-4) การได้รับเชื้อสายพันธุ์หนึ่งแล้วจะทำให้มีภูมิคุมกันเฉพาะสายพันธุ์นั้นตลอดชีวิต แต่หากติดเชื้อสายพันธุ์ที่ต่างออกไปในภายหลัง จะมีความเสี่ยงที่จะเกิดอาการรุนแรงมากขึ้น
พาหะนำโรค:
ยุงลายบ้าน (Aedes aegypti) และยุงลายสวน (Aedes albopictus) เป็นตัวการสำคัญ ยุงจะไปกัดคนที่มีเชื้อไวรัสในช่วงที่มีไข้ แล้วนำเชื้อไปแพร่สู่คนอื่นผ่านการกัดครั้งต่อไป
2 อาการของโรคไข้เลือดออก
อาการของไข้เลือดออกมักปรากฏหลังได้รับเชื้อ 5-8 วัน โดยแบ่งออกเป็น 3 ระยะสำคัญที่ต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด:
1. ระยะไข้ (Febrile Phase)
- มีไข้สูงเฉียบพลัน (38.5 - 40 องศาเซลเซียส) นาน 2-7 วัน
- ปวดศีรษะ ปวดตามตัว ปวดกระบอกตา และข้อ
- เบื่ออาหาร คลื่นไส้ อาเจียน
- อาจมีผื่นแดง หรือจุดเลือดออกเล็กๆ ตามผิวหนัง
2. ระยะวิกฤต/ช็อก (Critical Phase)
⚠️ เป็นช่วงที่อันตรายที่สุด มักเกิดขึ้นวันที่ 3-6 ของการป่วย
- ไข้เริ่มลดลง แต่อาการอาจทรุดลงอย่างรวดเร็ว
- มีการรั่วของพลาสมาออกจากหลอดเลือด ทำให้ความดันต่ำ
- มือเท้าเย็น กระสับกระส่าย ปัสสาวะออกน้อย
- มีเลือดออกผิดปกติ เช่น เลือดกำเดาไหล หรือออกตามไรฟัน
3. ระยะฟื้นตัว (Recovery Phase)
- อาการดีขึ้น ความดันคงที่ เริ่มอยากอาหาร
- มีผื่นแดงและคัน (ลักษณะวงขาวแทรกในปื้นแดง)
- ชีพจรเต้นช้าลงและแรงขึ้น
ภาพที่ 2: ไดอะแกรมสรุป 3 ระยะการติดเชื้อ (ระยะไข้, ระยะวิกฤต และระยะฟื้นตัว)
สัญญาณเตือน (Warning Signs)
หากพบอาการเหล่านี้ในช่วงไข้ลดลง ต้องรีบไปโรงพยาบาลทันที!
4 การวินิจฉัยและการรักษา
ปัจจุบันยังไม่มียาทำลายเชื้อไวรัสเดงกีโดยตรง การรักษาจึงเป็นการรักษาตามอาการและการประคับประคองเพื่อให้ร่างกายฟื้นตัวได้เอง
ภาพที่ 3: ข้อควรระวังในการเลือกใช้ยาลดไข้
✅ สิ่งที่ควรทำ:
- • ดื่มน้ำ/น้ำเกลือแร่ (ORS) ป้องกันภาวะขาดน้ำ
- • เช็ดตัวลดไข้เป็นระยะ
- • ใช้ยาพาราเซตามอลตามขนาดที่แพทย์สั่ง
❌ สิ่งที่ห้ามเด็ดขาด!
ห้ามใช้ยา แอสไพริน (Aspirin) หรือ ไอบูโพรเฟน (Ibuprofen) เพราะจะทำให้เลือดออกรุนแรงจนอันตรายถึงชีวิต
5 การป้องกัน: ตัดวงจรยุงลาย
การป้องกันที่ดีที่สุดคือการทำลายแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลายและการป้องกันการโดนยุงกัด โดยอาศัยความร่วมมือของทุกคนในบ้านผ่านหลักการที่จำง่ายดังนี้:
กลยุทธ์ "5 ป."
- 1. ปิด: ปิดฝาภาชนะใส่น้ำให้มิดชิด
- 2. เปลี่ยน: เปลี่ยนน้ำในแจกันทุก 7 วัน
- 3. ปล่อย: ปล่อยปลากินลูกน้ำในอ่างบัว
- 4. ปรับ: ปรับปรุงสิ่งแวดล้อมไม่ให้มีน้ำขัง
- 5. ปฏิบัติ: ลงมือทำอย่างสม่ำเสมอจนเป็นนิสัย
กลยุทธ์ "3 เก็บ"
- 1. เก็บกวาดบ้าน: ให้โปร่ง โล่ง ไม่ให้ยุงเกาะ
- 2. เก็บขยะ: รอบบ้านไม่ให้เป็นแหล่งน้ำขัง
- 3. เก็บน้ำ: ให้มิดชิด ไม่ให้ยุงวางไข่
บทสรุปและอินโฟกราฟิก
ข้อมูลสรุปสำคัญเพื่อการดูแลตนเองให้พ้นภัยจากไข้เลือดออก คุณสามารถบันทึกภาพนี้เพื่อแบ่งปันให้กับคนที่คุณรัก
*หมายเหตุ: ข้อมูลนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อการให้ความรู้เบื้องต้น หากมีอาการสงสัยควรปรึกษาบุคลากรทางการแพทย์เพื่อรับการวินิจฉัยที่ถูกต้อง
แหล่งข้อมูลสุขภาพที่เชื่อถือได้ เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีของคนไทย
สนับสนุนการป้องกันโรคไข้เลือดออกโดยการตัดวงจรยุงลาย