27 ก.พ. 2569

โรคไข้เลือดออก

รู้จัก "โรคไข้เลือดออก" ภัยร้ายใกล้ตัวที่มากับยุงลาย
Health & Wellness Guide

รู้จัก "โรคไข้เลือดออก"
ภัยร้ายใกล้ตัวที่มากับยุงลาย

คู่มือดูแลตัวเองและครอบครัวให้ปลอดภัยจากเชื้อไวรัสเดงกี พร้อมวิธีสังเกตอาการและแนวทางป้องกันที่ถูกต้อง

ยุงลายบ้าน (Aedes aegypti) พาหะนำโรคหลัก

ภาพที่ 1: ยุงลายบ้าน (Aedes aegypti) พาหะสำคัญที่มักออกหากินในเวลากลางวัน

รคไข้เลือดออก (Dengue Fever) เป็นโรคติดต่อที่เกิดจากเชื้อไวรัสเดงกี (Dengue virus) ซึ่งมักระบาดหนักในช่วงฤดูฝนเนื่องจากเป็นช่วงที่ยุงลายมีแหล่งเพาะพันธุ์จำนวนมาก โรคนี้เป็นปัญหาทางสาธารณสุขที่สำคัญในหลายประเทศเขตร้อนรวมถึงประเทศไทย โดยมีความรุนแรงตั้งแต่มีไข้ไปจนถึงอาการช็อกและเสียชีวิตได้หากไม่ได้รับการรักษาที่ถูกต้อง

1 สาเหตุและการแพร่ติดต่อ

โรคไข้เลือดออกเกิดจากการติดเชื้อไวรัสเดงกี ซึ่งมี 4 สายพันธุ์ (DENV-1, DENV-2, DENV-3, DENV-4) การได้รับเชื้อสายพันธุ์หนึ่งแล้วจะทำให้มีภูมิคุมกันเฉพาะสายพันธุ์นั้นตลอดชีวิต แต่หากติดเชื้อสายพันธุ์ที่ต่างออกไปในภายหลัง จะมีความเสี่ยงที่จะเกิดอาการรุนแรงมากขึ้น

พาหะนำโรค:

ยุงลายบ้าน (Aedes aegypti) และยุงลายสวน (Aedes albopictus) เป็นตัวการสำคัญ ยุงจะไปกัดคนที่มีเชื้อไวรัสในช่วงที่มีไข้ แล้วนำเชื้อไปแพร่สู่คนอื่นผ่านการกัดครั้งต่อไป

2 อาการของโรคไข้เลือดออก

อาการของไข้เลือดออกมักปรากฏหลังได้รับเชื้อ 5-8 วัน โดยแบ่งออกเป็น 3 ระยะสำคัญที่ต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด:

1. ระยะไข้ (Febrile Phase)

  • มีไข้สูงเฉียบพลัน (38.5 - 40 องศาเซลเซียส) นาน 2-7 วัน
  • ปวดศีรษะ ปวดตามตัว ปวดกระบอกตา และข้อ
  • เบื่ออาหาร คลื่นไส้ อาเจียน
  • อาจมีผื่นแดง หรือจุดเลือดออกเล็กๆ ตามผิวหนัง

2. ระยะวิกฤต/ช็อก (Critical Phase)

⚠️ เป็นช่วงที่อันตรายที่สุด มักเกิดขึ้นวันที่ 3-6 ของการป่วย

  • ไข้เริ่มลดลง แต่อาการอาจทรุดลงอย่างรวดเร็ว
  • มีการรั่วของพลาสมาออกจากหลอดเลือด ทำให้ความดันต่ำ
  • มือเท้าเย็น กระสับกระส่าย ปัสสาวะออกน้อย
  • มีเลือดออกผิดปกติ เช่น เลือดกำเดาไหล หรือออกตามไรฟัน

3. ระยะฟื้นตัว (Recovery Phase)

  • อาการดีขึ้น ความดันคงที่ เริ่มอยากอาหาร
  • มีผื่นแดงและคัน (ลักษณะวงขาวแทรกในปื้นแดง)
  • ชีพจรเต้นช้าลงและแรงขึ้น
แผนภูมิระยะการดำเนินโรคไข้เลือดออก

ภาพที่ 2: ไดอะแกรมสรุป 3 ระยะการติดเชื้อ (ระยะไข้, ระยะวิกฤต และระยะฟื้นตัว)

สัญญาณเตือน (Warning Signs)

หากพบอาการเหล่านี้ในช่วงไข้ลดลง ต้องรีบไปโรงพยาบาลทันที!

🤢 อาเจียนอย่างต่อเนื่อง
😫 ปวดท้องรุนแรง (บริเวณชายโครงขวา)
🩸 มีเลือดออกตามร่างกาย
💤 อ่อนเพลียมาก ซึม หรือกระสับกระส่าย

4 การวินิจฉัยและการรักษา

ปัจจุบันยังไม่มียาทำลายเชื้อไวรัสเดงกีโดยตรง การรักษาจึงเป็นการรักษาตามอาการและการประคับประคองเพื่อให้ร่างกายฟื้นตัวได้เอง

คำเตือนการใช้ยาในโรคไข้เลือดออก

ภาพที่ 3: ข้อควรระวังในการเลือกใช้ยาลดไข้

✅ สิ่งที่ควรทำ:

  • • ดื่มน้ำ/น้ำเกลือแร่ (ORS) ป้องกันภาวะขาดน้ำ
  • • เช็ดตัวลดไข้เป็นระยะ
  • • ใช้ยาพาราเซตามอลตามขนาดที่แพทย์สั่ง

❌ สิ่งที่ห้ามเด็ดขาด!

ห้ามใช้ยา แอสไพริน (Aspirin) หรือ ไอบูโพรเฟน (Ibuprofen) เพราะจะทำให้เลือดออกรุนแรงจนอันตรายถึงชีวิต

5 การป้องกัน: ตัดวงจรยุงลาย

การป้องกันที่ดีที่สุดคือการทำลายแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลายและการป้องกันการโดนยุงกัด โดยอาศัยความร่วมมือของทุกคนในบ้านผ่านหลักการที่จำง่ายดังนี้:

หลักการ 5 ป. ป้องกันไข้เลือดออก

กลยุทธ์ "5 ป."

  • 1. ปิด: ปิดฝาภาชนะใส่น้ำให้มิดชิด
  • 2. เปลี่ยน: เปลี่ยนน้ำในแจกันทุก 7 วัน
  • 3. ปล่อย: ปล่อยปลากินลูกน้ำในอ่างบัว
  • 4. ปรับ: ปรับปรุงสิ่งแวดล้อมไม่ให้มีน้ำขัง
  • 5. ปฏิบัติ: ลงมือทำอย่างสม่ำเสมอจนเป็นนิสัย
หลักการ 3 เก็บ ป้องกันไข้เลือดออก

กลยุทธ์ "3 เก็บ"

  • 1. เก็บกวาดบ้าน: ให้โปร่ง โล่ง ไม่ให้ยุงเกาะ
  • 2. เก็บขยะ: รอบบ้านไม่ให้เป็นแหล่งน้ำขัง
  • 3. เก็บน้ำ: ให้มิดชิด ไม่ให้ยุงวางไข่

บทสรุปและอินโฟกราฟิก

ข้อมูลสรุปสำคัญเพื่อการดูแลตนเองให้พ้นภัยจากไข้เลือดออก คุณสามารถบันทึกภาพนี้เพื่อแบ่งปันให้กับคนที่คุณรัก

Summary Infographic for Dengue Prevention

*หมายเหตุ: ข้อมูลนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อการให้ความรู้เบื้องต้น หากมีอาการสงสัยควรปรึกษาบุคลากรทางการแพทย์เพื่อรับการวินิจฉัยที่ถูกต้อง

HealthPortal Thailand

แหล่งข้อมูลสุขภาพที่เชื่อถือได้ เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีของคนไทย
สนับสนุนการป้องกันโรคไข้เลือดออกโดยการตัดวงจรยุงลาย